http://www.visitsurin.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
Home News World Newspaper Visit Surin Article Eastern PhilosopHy Conspiracy 100ปีวิถีชีวิตชาวจีนเมืองซู้ลิ้ง History Webboard
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
 

การเข้าโจมตีแปซิฟิกริมของอเมริกา

การเข้าโจมตีแปซิฟิกริมของอเมริกา
 
Visit Surin
Elephant
Sanctuary
Silk
Rice 
Videos 
 
 
    
 
  มี แต่ ไม่เอา  
ปี๒๕๒๒ หลวงปู่ไปพักผ่อน และเยี่ยมพระอาจารย์สมชายที่วัดเขาสุกิมจังหวัดจันทบุรี ขณะเดียวกันก็มีพระเถระอาวุโสท่านหนึ่งจาก กรุงเทพฯ คือ พระธรรมวราลังการ วัดบุปผารามเจ้าคณะทางภาคใต้ไปอยู่ฝึกกัมมัฏฐานเมื่อวัยชราแล้วได้มีการสนทนาธรรม และข้อกัมมัฏฐานกับหลวงปู่เป็นเวลานาน ลงท้ายถามหลวงปู่สั้นๆว่าท่านยังมีโกรธอยู่ไหม?หลวงปู่ตอบพระธรรมวราลังการ ว่า
มี แต่ ไม่เอา
ไหว้พระเพื่อเป็นศิริมงคล ก่อนไปทำงานทุกวัน คำสอนของหลวงปู่ล้วนเป็นปริศนาธรรมท่านสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของท่านได้ด้วย..ปัญญา 
การเข้าโจมตี
แปซิฟิกริมของอเมริกา
กระแสโลกได้ขับเคลื่อนมาสู่..รอบพันปีที่สาม ความสลับซับซ้อนของพลังขับเคลื่อนโลกในยุคของการสื่อสารข้อมูลจึงยากยิ่งที่จะแยกแยะ อะไรจริง สิ่งไหนเท็จ ในปรากฎการณ์ หลักการ “ตรรกะศาสตร์ คณิตศาสตร์ หรือแม้กระทั่งวิทยาศาสตร์ อาจไม่เพียงพออีกต่อไปในการอธิบายปรากฎการณ์” www.visittsurin.com ไม่กล้าที่จะชี้แนะ หากแต่ฝากไว้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนทรรศน์ สำหรับผู้แวะเวียนมาเยี่ยมบ้านของเรา “อย่าได้ปล่อยให้อารมณ์ของท่านเตลิดไปกับข้อมูลข่าวสารที่ผ่านตา...”แม้กระทั่งที่นี่  www.visittsurin.com
 
ท่านใช้งาน แปลทั้งบทความ แปลได้มากกว่า 40ภาษา..
คลิกเพิ่อใช้งาน
 
การเข้าโจมตี
แปซิฟิกริมของอเมริกา
 
ปรีชา วรเศรษฐสิน 
๑๑/๙/๒๕๔๒ 
บทความลงเว็บ
www.meechaithailand.com
 
การล่มสลายของระบอบสังคมนิยม
ในระหว่างปี ค.ศ. ๑๙๘๐ – ๑๙๙๐ ทุกประเทศต่างหันเข็มมุ่งสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ แบบการตลาด   ทอดทิ้งระบอบการผลิตแบบสังคมนิยม   ประเทศต่างๆในค่ายสังคมนิยมต่างพากันเปิดประเทศทั้งๆที่ ไม่คุ้นเคยต่อระบอบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม ประชาชนในประเทศจะรับได้หรือไม่ จากการเปลี่ยนแปลงอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ   จากระบอบรัฐสวัสดิการมาเป็นระบอบตลาดเสรี ซึ่งเต็มไปด้วยการแก่งแย่งแข่งขันกันอย่างเอาเป็นเอาตายในสังคมขณะเดียวกัน   ประเทศ ต่างๆในโลกที่ 3 ก็กำลังตื่นตัวกันขนานใหญ่ในการที่จะพัฒนาประเทศของตน    เข้าสู่การเป็น NICs   ตามกระแสที่ถูกปลุกระดมโดย สหรัฐอเมริกา ด้วยทฤษฎีการวิวัฒนาการสังคมของ อัลวิน ทรอฟเล่อร์ ในหนังสือที่โด่งดังไปทั่วโลก “ คลื่นลูกที่สาม “
ทฤษฎีของทรอฟเล่อร์ เชื่อว่าหลังจาก ค.ศ. ๒๐๐๐ ที่โลกจะเข้าสู่รอบพันปีที่ ๓ หรือยุคแห่งสังคมเทคโนโลยีสารสนเทศ    สังคมโลกจะไม่มีพรมแดนมากั้นขวางอีกต่อไป เรียกว่า “ ยุคโลกาภิวัฒน์ “ ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ จะนำพาสังคมไปสู่ความอุดมสมบูรณ์อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน 
 
อุดมการณ์สูงสุด ตามความเชื่อของ ทรอฟเล่อร์ เชื่อว่าต่อแต่นี้ไปการวิวัฒนาการของสังคมมนุษย์ จะพัฒนาไปแบบเส้นตรงจะไม่มีการย้อนกลับ ดังตามความเชื่อของลัทธิศาสนาต่างๆ   สิ่งที่คำทำนายของลัทธิศาสนาต่างๆ ที่เชื่อกันมานานนับพันๆปี สิ่งที่คำทนายของลัทธิความเชื่อในศาสนาต่างๆทั่วโลกที่เชื่อกันว่า หลังจาก ค.ศ. ๒๐๐๐ ไปแล้วสังคมโลกจะต้องประสบภัยวิบัติมากมาย เช่นการขาดแคลนอาหาร โรคระบาดที่ไม่มียารักษา แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด น้ำท่วมโลก  
 
อัลวิน ทรอฟเล่อร์ เชื่อว่าปัญหาต่างๆทั้งหมดทั้งปวง ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์จะสามารถแก้ปัญหาได้ อย่างชิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการผลิต ที่จะสามารถผลิตเพื่อสนองตอบต่อความต้องการของมนุษย์อย่างเหลือล้น   ตลอดจนการแก้ปัญหาที่เกิดจากภัยธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องปรากฏการณ์เรือนกระจก ที่ทุกคนกำลังตื่นตระหนกหรือปัญหาของสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ที่จะมีผลต่อความสมดุลทางธรรมชาติให้เปลี่ยนแปลง
 
จากแนวคิดของ อัลวิน ทรอฟเล่อร์ ดังกล่าวได้สร้างสานฝันของปัญญาชนทั้งหลายจนก่อตัวเป็นกระแสสังคมโลก ที่พากันเรียกร้องในการที่จะพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ เพื่อก้าวไปให้ทันสู่ยุค “ โลกไร้พรมแดน “ ในค.ศ. ๒๐๐๐
 
หลังสิ้นยุคสงครามเย็น
โลกแบ่งออกเป็นสองค่ายใหญ่ๆ   ฝ่ายหนึ่งมีระบอบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมที่นำโดยสหรัฐอเมริกา    กับอีกฝ่ายหนึ่งมีระบอบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม   ที่นำโดยสหภาพโซเวียต-รัสเซีย และจีน 
 
โลกค่ายสังคมนิยมที่อ่อนกำลังลง หรือการล่มสลายของระบอบสังคมนิยม ทำให้ศูนย์กลางนำของโลกได้ถูกรวมศูนย์ไปอยู่กับสหรัฐอเมริกา โดยผ่านองค์การสหประชาชาติ    เนื่องจากอเมริกาที่มีความแข็งแกร่งทั้งทางด้าน เศรษฐกิจ การเมือง การทหาร วัฒนธรรม และเทคโนโลยีฯลฯ
 
การจัดระเบียบเศรษฐกิจโลกใหม่  
ได้เริ่มขึ้นโดยผ่านองค์การสหประชาชาติ แม้ประเทศยากจนต่างๆในโลกจะรู้ซึ้งถึงความเป็นเสือกระดาษ และรับใช้เหล่าประเทศมหาอำนาจต่างๆในค่ายตะวันตก ขององค์การสหประชาชาติก็ตาม
 
การรักษาผลประโยชน์ของชาติต่างๆในเวทีการเมืองระหว่างระเทศ ทำให้สถานการณ์เมืองระหว่างประเทศได้เคลื่อนไหวอยู่อย่างน้อย 3 กระแสได้แก่
 
กระแสที่ ๑ กระแสพหุภาคีนิยม                 
กระแสที่ ๒ กระแสทวิภาคีนิยม
กระแสที่ ๓ กระแสเอกภาคีนิยม
 
กระแสการเปลี่ยนแปลงระเบียบเศรษฐกิจระหว่างประเทศ อย่างน้อย ๓ กระแส ที่เราความที่จะต้องเรียนรู้และรู้จักให้ดีพอควร   ทั้งนี้อย่างน้อยก็เพื่อเป็นการเตรียมตัว ที่จะก้าวข้ามจากรอบพันปีที่ สอง เข้าสู่รอบพันปีที่ สาม ที่จะมีการเปลี่ยนแปลง อย่างปฎิวัติ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม ระบอบเศรษฐกิจสังคมแบบใหม่ และก่อนที่จะก้าวไปสู่ระบอบเศรษฐกิจสังคมยุคใหม่ 
 
ปัจจุบันเรากำลังอยู่ในยุคสุดท้ายของ ระบอบเศรษฐกิจยุคอุตสาหกรรม ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง และมีความสลับซับซ้อน อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ในสังคมมนุษย์ ร่างเงาที่สะท้อนภาพของความขัดแย้ง อย่างน้อย ๓ กระแส ในทศวรรษสุดท้ายของรอบพันปีที่สอง
 
กระแสแรก   พหุภาคีนิยม ( Multilateralism )
อันนำโดย GATT และ WTO ในปัจจุบันกระแสนี้ต้องการจัดระเบียบเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ในลักษณะพหุภาคีเพื่อวางกฎกติกาให้ภาคีสมาชิกปฏิบัติตาม
 
ความเป็นมาของ GATT และ WTO
UNCTAD [ The United Nations Conference on trade and Development ] แปลว่า “การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา “ การก่อให้เกิด UNCTAD เกิดจากการผลักดันของโลกที่สาม เนื่องจากไม่พอใจเศรษฐกิจระหว่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่ง GATT หรือข้อตกลงทั่วไปว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้า ( Generate Agreement on riff and Trade ) จึงมีการขนานนาม UNCTAD ว่าเป็น GATT  ของผู้ยากไร้ประกอบด้วยภาคีสมาชิก ๔ กลุ่ม
 
กลุ่มที่ ๑ ประกอบด้วยประเทศในอัฟริกา-เอเชีย ( ยกเว้นญี่ปุ่น )และยูโกสลาเวีย
กลุ่มที่ ๒ ประกอบด้วยประเทศที่พัฒนาแล้วที่มีเศรษฐกิจทุนนิยมได้แก่ ยุโรปตะวันตก-สหรัฐอเมริกา แคนดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และ ญี่ปุ่น
กลุ่มที่ ๓ ประกอบด้วยประเทศในกลุ่ม “ ละตินอเมริกา”
กลุ่มที่ ๔ ประกอบด้วยสหภาพโซเวียต และยุโรปตะวันออก
 
UNCTAD ก่อตั้งเมื่อ วันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๐๗ ณ นครเจนีวา สวิตเซอร์แลน   มีการประชุมทุก ๔ ปี ( แต่บางครั้ง ๓ ปี หรือ ๕ ปี ก็มี ) การประชุมตั้งแต่ปี ๒๕๐๗-๒๕๓๙ รวมทั้งสิ้น ๙ ครั้ง
 
การประชุม UNCTAD ๒๕๐๗-๒๕๓๙
สมัยการประชุม
เมือง/ประเทศ
ปี
UNCTAD1 GENEVA          
สวิตเชอร์แลนด์                  
๒๕๐๗
UNCTAD2 W DELHI          
อินเดีย
๒๕๑๑
UNCTAD3 SANTIAGO      
ซิลิ
๒๕๑๕
UNCTAD4 ROBI                 
เคนยา
๒๕๑๙
UNCTAD5 MANILA        
ฟิลิปปินส์
๒๕๒๒
UNCTAD6   BELGRADE  
ยูโกสลาเวีย
๒๕๒๖
UNCTAD7   GENEVA       
สวิตเชอร์แลนด์                   
๒๕๓๑
                                                                                                                                   
GATT   (General Agreement on Tariff Trade )   จากการประชุม UNCTAD ๑  ในปี ๒๕๐๗ยังผลให้มีการแก้ไขระเบียบการค้าระหว่างประเทศ ด้ายการเพิ่มบทบัญญัติภาค ๔ ของGATT ในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๐๘ โดยอนุญาตให้ สิทธิพิเศษทางด้านภาษีศุลกากร ( tariff preferences ) แก่ประเทศด้อยพัฒนาได้   อย่างไรก็ตามบทบัญญัติภาค ๔ ที่เพิ่มเติมใน GATT มีความกำกวนและมิถือเป็นพันธกรณี ที่ประเทศพัฒนาแล้วจะต้องเกื้อกูลประเทศด้อยพัฒนา
 
GSP ในการประชุม UNCTAD ณ นครนิวเดลฮี ประเทศอินเดีย ในปี ๒๕๑๑ กลุ่มประเทศ ๗๗ เสนอให้มีระบบการให้     สิทธิพิเศษทางด้านภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป ( Generalized System of Preferences ) หรือรู้จักกันในชื่อย่อว่า GSP
 
รอบอุรุกวัย ( Uruguay Round ) คือการเจรจา   เพื่อแก้ไขข้อบังคับ GATT ระหว่างปี ๒๕๒๙-๒๕๓๗ การเจรจารอบอุรุกวัยยุติลงด้วยฉันทามติระดับหนึ่งและมีการผลักดันให้มีการจัดตั้ง   องค์การค้าโลกหรือที่รู้จักกันในนาม WTO ก่อตั้งเมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๓๘ หลังเสร็จสิ้นการประชุม รอบอุรุกวัย ( ๒๕๓๙-๒๕๓๗ ) และการกำเนิดขึ้นเองของ WTO ทำให้ UNCTAD  กลายเป็นสิ่งชำรุดทางประวัติศาสตร์เมื่อถูกตัดถอนงบประมาณลง ๑๐ %   และยุบหน่วยงานภายในจาก ๗ กองให้เหลือเพียง ๓ กอง   งดการประชุมภาคีสมาชิกในหัวข้อต่างๆ เมื่อบทบาทของ  WTO เข้ามาทำหน้าที่แทนตั้งแต่นี้ไป  UNCTAD หันเข็มมุ่งสู่งานวิจัยและวิชาการเพียงอย่างเดียว
 
IBRD [ Intermational Bank for Reconstrution and Development ]
ธนาคารระหว่างประเทศเพื่อการบูรณะและพัฒนา     ก่อตั้งเมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๔๘๗ พร้อมๆกับ “ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ“ [International Monetary Fund ]   หรือที่รู้จักกันในนามของ IMF เพื่อเป็นองค์กรดูแลและจัดการระเบียบการเงินระหว่างประเทศ ประมาณ ๑ ใน ๓ ของเงินกองทุนมาจากสหรัฐอเมริกา-ญี่ปุ่น-เยอรมัน โดยกำหนดให้สิทธิในการลงคะแนนเสียง   ตามสัดส่วนของเงินกองทุนที่ลงขัน   มิได้ยึดถือตามหลักการ “ หนึ่งประเทศ หนึ่งคะแนนเสียง “       [ one country one vote ]
 
กระแสที่ ๒ กระแสทวิภาคีนิยม [ Bilateralism ] อันได้แก่การจับกลุ่มระหว่างประเทศๆ   เพื่อจัดตั้งเขตเศรษฐกิจเสรีหรือการค้าเสรี เช่น กลุ่มเศรษฐกิจต่างๆดังนี้
 
กลุ่มเศรษฐกิจทวิภาคี
ก่อตั้ง
ชื่อย่อ/เต็ม(E)
ชื่อไทย
๒๕๑๐
EC:European Community                   
ประชาคมยุโรป
๒๕๓๐
EU: European Unioon                         
สหภาพยุโรป 
๒๕๓๕
EEA: European Economic Area           
เขตเศรษฐกิจยุโรป
๒๕๐๐
ECC: European free trade Association       
ประชาคมเศรษฐกิจยุโรป
๒๕๓๕
NAFTA:North America free trade Area        
เขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ
๒๕๓๘
TAFTA:Tranb Atlantic Free Trade Area        
เขตการค้าเสรีมหาสมุทรแอดแลนติก
 
การรวมกลุ่มดังกล่าวจึงเป็นการรวมกลุ่มผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ในระดับภูมิภาค เพื่อรักษาผลประโยชน์ ของกลุ่ม และ กีดกันทางการค้ากับประเทศที่อยู่นอกกลุ่ม
กระ แสที่ ๓ เอกภาคีนิยม
ที่นำโดยสหรัฐอเมริกา อเมริกาได้ออกกฎหมายโดยรัฐสภาอเมริกาเอง แล้วนำไปบังคับให้ประเทศอื่นๆทั่วโลกปฏิบัติตาม   อเมริกาอาศัยกฎหมายดังกล่าว นำไปใช้เพื่อกล่าวหา และพิจารณาลงโทษประเทศคู่ค้าโดยอาศัยกฎหมายที่ตราภายในประเทศ
 
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมานี้สหรัฐอเมริกาได้ตรากฎหมายหลายต่อหลายฉบับ ซึ่งมีพื้นฐานลัทธิเอกภาคีนิยมที่สหรัฐอเมริกานำมาใช้ดังนี้
 
กฎหมายสิ่งทอ[ Textile and Apparel Global Compositeness Act ] เริ่มใช้ ๑ มกราคม ๒๕๓๙ เป็นกฎหมายควบคุมเกี่ยวกับประเทศแหล่งผลิตหรือประเทศต้นกำเนิด
 
กฎหมายต่อต้านคิวบาHelms – Burton Act มีเจตนาที่จะเล่นประเทศที่เข้าไปลงทุนในประเทศคิวบา ทั้งบริษัทอเมริกาและไม่ใช่บริษัทอเมริกาเพื่อโดดเดี่ยวคิวบาทางด้านเศรษฐกิจ-การเมือง ทั้งในประเทศและทางสากล
 
กฎหมายต่อต้านอิหร่าน- ลิเบียIran and Libya Sanctions Act of ๑๙๙๖ มีเจตนาที่จะเล่นงานประเทศที่เข้าไปลงทุนใน อิหร่าน – ลิเบีย   ทั้งบริษัทอเมริกาและบริษัทที่ไม่ใช่อเมริกาเพื่อโดดเดี่ยว อิหร่าน-ลิเบีย ทางด้านเศรษฐกิจ - การเมือง ทั้งภายในประเทศและทางสากล
 
กฎหมายคุ้มครองสัตว์และพืช CITES [ Convention on Intimation   trade in Endangered Species Wild Fauna And Flora ] หรือที่รู้จักกันใน Washington Convention ลงนามปี   ๒๕๑๖                       
 
กฎหมายให้อำนาจอเมริกาพิพากษาคู่ค้าไม่เป็นธรรม ในปีพ.ศ. 2531 รัฐสภาอเมริกาก็ผ่านกฎหมายการค้าชื่อ Omnibus Trade and Compositeness Act of ๑๙๘๘ [ OTCA ] มาตรการที่อเมริกาที่นำมาใช้บ่อย ได้แก่มาตร ๓๐๑, Special ๓๐๑,Super ๓๐๑
 
กฎหมายว่าด้วยชาติที่ควรได้รับความอนุเคราะห์ยิ่ง MFN [ The most Favored-Nation Principle ] เป็นกฎหมายที่ดูดี   แต่อัดแน่นไปด้วยผลประโยชน์ของอเมริกา เช่น การพยายามนำกฎหมายฉบับนี้มาใช้ในการเจรจาต่อรองทางการค้ากับรัฐบาลจีน
 
การจัดระเบียบเศรษฐกิจโลกใหม่ ทำให้เกิดกระแสความขัดแย้งระหว่างประเทศ   มหาอำนาจอเมริกามีความพยายามที่จะครอบครองความเป็นเจ้าโลก   ได้เข้าแทรกแซงในการเจรจาทางการค้าในกระแสที่หนึ่ง ขัดขวางทุกวิถีทางที่จะไม่ให้การรวมกลุ่มประเทศของกระแสทวิภาคีนิยม เป็นไปด้วยความราบรื่นมีพลัง   และพยายามผลักดันข่มขู่ให้ประเทศต่างๆยอมรับกฎหมายที่ออกโดยรัฐสภาอเมริกา 
 
แม้จะเป็นกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมและขัดต่อข้อตกลง ที่อเมริกาได้ลงนามในข้อตกลงระหว่างประเทศแล้วก็ตาม   เพื่อที่จะผลักดันให้ทั่วโลก ยอมรับกระแสเอกภาคีนิยมรับใช้ผลประโยชน์อเมริกา ในการที่จะดูดกลืนโภคทรัพย์จากประชาคมโลก สร้างความมั่งคั่งแก่สังคมอเมริกาตลอดไป   ท่ามกลางความเดือดร้อนทุรเข็ญของประชาคมโลกอย่างเหี้ยมโหดทารุณ
ตลาดการค้าโลก
เมื่อมองภาพย้อนหลังไปหลังจากสงครามโลกครั้งที่ ๒   มาจนถึงปัจจุบันจะเห็นว่าการผลิตการค้าโลก ได้แบ่งกลุ่มประเทศผู้ผลิตและประเทศผู้ซื้ออย่างชัดเจน   ประเทศผู้ผลิตอันได้แก่กลุ่มประเทศจี ๗   สหรัฐอเมริกา    แคนนาดา    อังกฤษ    ฝรั่งเศส   เยอรมัน ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น   ส่วนประเทศผู้ซื้อ ได้แก่กลุ่มประเทศในละตินอเมริกา อาฟริกาเหนือ –ใต้ ตะวันออกกลาง และเอเชีย
 
นับจากปี ๑๙๘๐ เป็นต้นมา   การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศที่ติดขอบทะเลแปซิฟิก ( เฉพาะด้านทวีปเอเชีย ) ที่เรียกกันว่าแปซิฟิกกริม   หรือกลุ่มเศรษฐกิจตะเกียบที่ไล่กันมาตั้งแต่ ญี่ปุ่น   เกาหลี   เซี่ยงไฮ้    เจ๋อเจียง   ฟุ้เจี้ยน   ไต้หวัน   กว่างตง   ฮ่องกง สิงค์โปร์     เมื่อกางแผนที่โลกขึ้นมาดูจะเห็นว่า กลุ่มเศรษฐกิจแปซิฟิกริมเปรียบเสมือนป้อมปราการอันยิ่งใหญ่และแข็งแกร่ง   ที่มีฐานตลาดอันกว้างใหญ่ไล่ขึ้นไปบนแผ่นดิน   จากตะวันออกไกล จีน รัสเซีย ถึงตะวันออกกลาง พื้นที่ที่ควบคุมประชากรเกือบ ๒ ใน ๓ ของประชากรโลก  
 
แปซิฟิกริมหรือกลุ่มเศรษฐกิจตะเกียบ ศักยภาพของประเทศดังกล่าวค่อนข้างสูงทั้งทางด้าน เทคโนโลยี การผลิต การตลาด วัตถุดิบ  แรงงาน และทุนสำรองมหาศาล   ย่อมที่จะประกอบเป็นภาพอันน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง   สำหรับประเทศผู้ผลิตด้านตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง   สหรัฐอเมริกาที่ครอบครองตลาดของโลกมาโดยตลอด
 
การเปิดตลาดเสรีตามกระแสโลกย่อมสร้างผลสะเทือนด้านการตลาดต่อกลุ่มประเทศผู้ผลิตทางตะวันตก   อย่างหลีกเลี่ยงต่อผลกระทบดังกล่าวไม่พ้น สังเกตได้ว่ากลุ่มประเทศผู้ผลิตด้านตะวันตกที่เปิดให้มีการค้ากับประเทศ ในย่านแปซิฟิกริมไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น ใต้หวัน จีน กลุ่มประเทศผู้ผลิตด้านตะวันตก จะต้องเสียเปรียบดุลการค้าให้แก่ประเทศย่านแปซิฟิกริมอย่างมหาศาล 
ดังนั้นหากการเจริญเติบโต ของแปซิฟิกริมยังเติบโตต่อเนื่องต่อไป   ก็เปรียบเสมือนมหาคลื่นมหาภัย ที่จะโถมซัดสู่ฝังทะเลเมดิเตอร์เรเนียนไปถึงมหาสมุทรแอตแลนติก ให้สั่นสะเทือนและเพลี่ยงพล้ำต่อแปซิฟิกริมอย่างยากที่จะหลีกพ้น   หมายความว่าตลาดผู้ซื้อจะตกเป็นตลาดของประเทศแถบแปซิฟิกริม  
 
จากการทำนายของนักเศรษฐศาสตร์ทั้งหลาย   ต่างได้ทำนายการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของโลก ที่มีแนวโน้มเอียงมาทางเอเซียหลัง ค.ศ.๒๐๐๐ ซึ่งนำโดยจีน   และกลุ่มประเทศในย่านแปซิฟิกริม ดังนั้นเอเชียเปรียบเสมือนตลาดที่กำลังสด ที่ใครๆก็หมายปองเป็นจ้าวตลาด
ด้วยสถานการณ์ดังกล่าว   ไหนเลยจะลอดพ้นสายตาอันเฉียบคมของ    พญาอินทรีย์ มหาอำนาจโลกเฉกเช่นอเมริกาไปได้ การหยุดยั้งการเจริญเติบโตของแปซิฟิกริมเพื่อเข้าควบคุมทุน   จึงเป็นหนทางเดียวที่ถูกเลือกขึ้นมาเพื่อปฏิบัติ แผนการโจมตีแปซิฟิกริมอันแยบยลสลับซับซ้อน จึงถูกกำหนดขึ้นอย่างละเอียดมีขั้นตอนของอเมริกา
 
 
 
 
 
แผนการโจมตีแปซิฟิกริมของอเมริกา
 
 
 
ยุทธศาสตร์   เข้าโจมตีแปซิฟิกริมเพื่อควบคุมทุน   เนื่องจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจย่านแปซิฟิกริมเป็นไปอย่างรวดเร็ว   ซึ่งอาจสร้างผลสะเทือนต่อเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาได้    หลังจากการคืนเกาะฮ่องกงของอังกฤษ (เสมือนตัวแทนกลุ่มผลประโยชน์ของตะวันตก)   สู่อ้อมอกแผ่นดินแม่จีน ในวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๔๐ ซึ่งจะทำให้จีนเปรียบเสมือนมังกรติดปีก 
 
โดยอาศัยฮ่องกง ( ที่มีความชำนาญพิเศษด้านการตลาดและการเงินในเวทีการค้าโลก) เปิดม่านไม้ไผ่สู่เวทีแข่งขันในตลาดการค้าโลก ซึ่งการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนหลังการใช้นโยบายสี่ทันสมัย หนึ่งประเทศ สองระบบ ของเติ้งเซี่ยวผิง ทำให้เศรษฐกิจของจีนแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วก้าวขึ้นเป็น ประเทศผู้นำทางด้านเศรษฐกิจในเอเชีย   เคียงคู่ในญี่ปุ่นได้อย่างสง่าผ่าเผย (ความแข็งแกร่งของจีนสังเกตได้จากความพยายามโจมตีค่าเงินหยวนของอเมริกาหลายครั้งในปี พ.ศ. ๒๕๔๑ แต่จีนกลับป้องกันการเข้าโจมตีได้อย่างเหนี่ยวแน่น ขณะที่ญี่ปุ่นสั่นไหวคลอนแคลน )  
 
ดังนั้นอเมริกาซึ่งเป็นมหาอำนาจโลก จำต้องกำหนดยุทธศาสตร์เพื่อหยุดยั้งการเจริญเติบโตของแปซิฟิกริม   เป้าหมายสู่การเข้าควบทุนเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของอเมริกา จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่พ้นและหากอเมริกาสามารถที่จะเข้าควบคุมทุนในแปซิฟิกริมได้นั้นหมายความว่า ผลประโยชน์จากการเจริญเติบโตของแปซิฟิกริมย่อมหมายถึงผลประโยชน์อันมหาศาลของอเมริกาเช่นกัน    และรวมถึงการครองความเป็นจ้าวโลกทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม
 
ยุทธวิธี   การโจมตีทางด้านการเงิน-ทุน สถานการณ์ในช่วงปี ๑๙๙๐- ปัจจุบันหลายประเทศในเอเชียโดยเฉพาะ กลุ่มอาเซียนและเกาหลี   พยายามอย่างเร่งรีบที่จะพัฒนาประเทศไปสู่ความ NICs ในท่ามกลางกระแสพหุภาคีนิยม   ที่ให้ประเทศสมาชิกเปิดเสรีทางการค้า – การเงิน จากการขาดวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลรอบด้านของผู้นำบางประเทศ  
 
โดยมิได้คำนึงถึงความเชี่ยวชาญคุ้นเคยของประเทศกับการเปิดเสรีทางการเงิน   ปล่อยให้มีการไหลเข้าออกของเงินให้เป็นไปอย่างเสรี โดยปราศจากการควบคุมทุนที่ไหลเข้าทำให้เกิดภาวะการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบฟองสบู่  
 
บ่วงโซ่ที่อ่อนเปราะที่สุดของกลุ่มประเทศดังกล่าวย่อมเป็นจุดอ่อนที่ง่ายต่อการโจมตี โดยเริ่มต้นที่ไทยพังทลายทั้งอาเซียนและส่งผลกระทบไปถึงญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวั่น และฮ่องกง ทั้งนี้เนื่องจากการลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียน    โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นทุนที่ไหลเข้าจากกลุ่มประเทศดังกล่าว   และเมื่อเศรษฐกิจกลุ่มอาเซียนพังทลาย นั่นย่อมที่จะต้องส่งผลกระทบไปถึงบริษัทแม่ที่มาจากกลุ่มประเทศผู้นำด้านเศรษฐกิจในเอเชียดังกล่าวอย่างหลีกไม่พ้น ซึ่งจะนำไปสู่การอ่อนกำลังลง การหยุดยั้งการเจริญเติบโต และการเข้าควบคุมทุน   กลุ่มเศรษฐกิจแปซิฟิกริม
 
การโจมตีประเทศไทยของอเมริกามหามิตร
 
เหตุผลในการเลือกที่จะโจมตีประเทศไทยเป็นด่านแรก
 
ด้านเศรษฐกิจ ประเทศไทยมีหนี้น้ำท่วมอันเนื่องมาจากการขาดวิสัยทัศน์ของผู้นำประเทศ   ที่ตัดสินใจเปิดเสรีทางการเงิน   โดยไม่คำนึงถึงความพร้อมของประเทศในการเปิดเสรีทางการเงิน   ตลอดจนการปล่อยให้แหล่งของทุนที่ไหลเข้ากว่า ๖๐ ช่องทางโดยไม่มีมาตรการควบคุมตรวจสอบทุนที่ไหลเข้า    ทำให้ประเทศไทยมีหนี้ท่วมทั้งภาครัฐและเอกชน กว่า ๙๐,๐๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ   ส่วนใหญ่จะเป็นหนี้ระยะสั้น และเงินที่กู้มาไม่ได้ไปอยู่ในส่วนของการลงทุนที่ก่อให้เกิดผลผลิต   แต่นำไปลงทุนในส่วนที่ไม่ก่อให้เกิดผลผลิต เช่น 
 
การลงทุนในธุรกิจ อหังสาริมทรัพย์   ห้างสรรพสินค้า คอนโดมิเนียม   โรงแรม   สนามกอล์ฟ จนกลายเป็นแฟชั่นของคนรวย โดยมิได้คำนึงถึงความเป็นไปได้และความเสี่ยงของโครงการ    ที่ธุรกิจแต่ละประเภทดังกล่าวมีการลงทุนเหลือล้นต่อความจำเป็น และความต้องการของตลาด     อีกจุดหนึ่ง ก็คือการลงทุนในส่วนของการเก็งกำไรในตลาดทุน ที่ดิน อื่นๆ เป็นต้น
 
ด้านการเมือง ในระบบพรรคการเมืองไทยที่เต็มไปด้วย ผลประโยชน์ของการทุจริตคอรัปชั่น   ถึงขนาดที่มีคนคิดกันว่าหากทุจริตคอรัปชั่นขั้นต่ำสุด 30% ของงบประมาณรายจ่ายของประเทศ ซึ่งประมาณปีละ ๑,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท ( หนึ่งล้านล้านบาท ) คิดเป็นเงินปีละประมาณ ๓๐๐,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท(สามแสนล้านบาท ) เมื่อคิดย้อนหลังไปประมาณ ๑๐ ปี จะเป็นยอดเงินสูงถึง ๓,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (สามล้านล้านบาท
 
ซึ่งเป็นเงินที่แหล่งที่มาของรายได้ผิดต่อกฎหมาย    ไม่สามารถนำมาฝากธนาคารในประเทศได้และต้องนำไปฝากในธนาคาร ประเทศสวิสเซอร์แลนด์เงินบาทก็จะหายไปจากระบบเป็นจำนวนเงินที่มหาศาลทีเดียว  
 
จากผลประโยชน์ดังกล่าวทำให้สามารถสะท้อนภาพ ระบบพรรคการเมืองไทย   ที่ขาดไร้ซึ่งความรับผิดชอบต่อการบริหารประเทศ ซึ่งบางครั้งในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ มีความจำเป็นจะต้องออกมาช่วยการกันแก้ปัญหา แต่กลับหาช่องทางที่จะชี้นำประชาชน   ให้หลงทิศหลงทางกับการแก้ปัญหาของอีกฝ่ายที่กำลังบริหารประเทศ    เพื่อนำเอากระแสประชาชนมารับใช้ผลประโยชน์ของพรรคตน 
 
จากลักษณะของระบบการเมืองดังกล่าวย่อมอ่อนแอและง่ายต่อการเข้าโจมตีศักยภาพการลงทุนในด้านต่างๆ อันอุดมสมบูรณ์ของประเทศไทย
 
ภายหลังการเข้าควบคุมทุนสิ่งที่อเมริกามอง หาได้คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงแม้แต่น้อย    ศักยภาพอันอุดมสมบูรณ์ในด้านต่างๆของประเทศไทย   ย่อมที่จะสนองต่อผลประโยชน์ของอเมริกาได้อย่างเปี่ยมล้น ไม่ว่าจะเป็นในด้าน ภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ การเมือง การทหาร ตลอดจนด้านวัฒนธรรม   ล้วนแล้วแต่เหมาะต่อการครอบครองเพื่อใช้เป็นฐานที่มั่น ทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญเพื่อควบคุมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้    ตลอดจนควบคุมจีนทางตะวันตกเฉียงใต้ได้อีกทางหนึ่ง
ด้านภูมิศาสตร์
ด้านภูมิศาสตร์ประเทศไทยกับความเป็น ศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน   ไม่ว่าการติดต่อขนส่งสินค้าระหว่างสามเหลี่ยมเศรษฐกิจอันได้แก่ มาเลเซีย , สิงคโปร์ ,อินโดนีเซีย , ฟิลิปปินส์ ที่จะผ่านไปยังหกเหลี่ยมเศรษฐกิจทางภาคเหนือของประเทศ    อันประกอบด้วย ไทย พม่า จีนตอนใต้มณฑลหยุนหนาน, มณฑลกวางสี , ลาว , เวียดนาม   ล้วนแต่ต้องผ่านประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง
 
หรือการส่งผ่านสินค้าไปมาระหว่างร่างกุ้ง , ลาว, เวียตนาม,กัมพูชา, ทะเลจีนใต้หรือแม้กระทั่ง   การผ่านสินค้าจากทะเลอันดามัน ผ่านอ่าวไทยไปยังจังหวัดมุกดาหารประตูสู่อินโดจีน   ต่อไปฮ่องกงโดยไม่ต้องผ่านช่องแคบสิงคโปร์   ก็ยังเป็นเส้นทางที่สามารถล่นระยะเวลาและค่าใช้จ่ายได้มหาศาล จะเห็นได้ว่าประเทศไทยนับเป็นประเทศที่มีศักยภาพความสำคัญทางภูมิศาสตร์   ประหนึ่งในเอเชียด้านเศรษฐกิจ
 
ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่เป็น แหล่งผลิตอาหารอันอุดมสมบูรณ์ของโลก เคยมีคำขวัญ “ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว“ แม้ในปัจจุบันก็ยังถือว่าเป็นประเทศที่ผลิตอาหารที่สำคัญประเทศหนึ่งของโลก   ไม่ว่าจะเป็นด้านการเกษตร เช่นข้าว พืช ผักผลไม้ต่างๆ ปศุสัตว์ เช่น ไก่ ไข่ไก่ ประมง   การส่งออกสัตว์ทะเล กุ้ง ปลา เป็นต้น ล้วนแต่เป็นภาพสะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์   ตลอดจนความพร้อมทางด้านสาธารณูประโภค เช่น น้ำ ไฟฟ้า โทรศัพท์ แรงงานฝีมือ จากโครงสร้างการผลิตพื้นฐานที่ดียิ่ง   ศักยภาพที่ดีเยี่ยมดังกล่าวย่อมเหมาะต่อการลงทุน ที่จะพัฒนาสู่การเป็นประเทศอุตสาหกรรมส่งออกได้ในอนาคต
ด้านการเมือง
ประเทศไทย   เป็นประเทศในภูมิภาคที่นี้ไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของนักล่าอาณานิคมใดๆในโลก แม้ระบอบพรรคการเมือง และนักการเมืองไทยยังด้อยคุณภาพขาดความรับผิดชอบ    และวิสัยทัศน์ต่อการบริหารประเทศก็ตาม    แต่ลักษณะที่เป็นลัทธิชาตินิยมคลั่งชาติก็ไม่มีเช่นกัน   ทำให้ลักษณะการเมืองไทยค่อนค้างที่จะเปิดกว้าง   ต่อการเข้าลงทุนและการเข้าควบคุมทุน
 
ด้านการทหาร
จากสภาพทางภูมิศาสตร์ ประเทศไทยที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน และอยู่ตอนใต้ของมหาอำนาจจีน โดยมีประเทศเมียนม่าร์ เวียตนาม ลาว เป็นกันชน และด้านตะวันตกของประเทศอินโดจีน (ซึ่งอดีตเคยเป็นปรปักษ์กับสหรัฐอเมริกามาก่อน ) นอกจากนั้นประเทศไทยยังมีทางออกทะเลถึง ๒ ด้าน ได้แก่ อ่าวไทยด้านตะวันออก และ ทะเลอันดามันด้านตะวันตก ดั้งนั้นหากอเมริกาเข้าควบคุมทางด้านเศรษฐกิจการเมือง และวัฒนธรรมของประเทศไทยได้   ย่อมหมายถึงผลประโยชน์อันมหาศาลของอเมริกาที่จะใช้ประเทศไทยเป็นฐาน ในการแผ่อิทธิพลภูมิเอเชีย
 
ด้านวัฒนธรรม
เอกลักษณ์ที่สำคัญอันหนึ่งของประเทศไทย       ที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกว่า “ สยามเมืองยิ้ม “ และการนับถือศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ   ขนบธรรมเนียมประเพณี ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ดีงามของชาวไทย ชนชาวไทยจึงมีลักษณะที่เป็นมิตรที่ดีกับแขกบ้านแขกเมือง   ดั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นลัทธิศาสนาใดชนชาติใด   ที่ปรารถนาจะเข้ามาอยู่ในประเทศไทยร่วมกับชาวไทย   จะได้การต้อนรับด้วยดีการชาวไทยโดย ปราศจากการต่อต้านหวาดระแวง
 
 
แผนการโจมตีประเทศไทย แบ่งออกเป็น ๓ ภาค ดังนี้
 
ภาคที่ ๑ การโจมตีให้อ่อนกำลัง           กันยายน ๒๕๓๙ - กุมภาพันธุ์ ๒๕๔๑
ภาคที่ ๒ การเก็บเกี่ยวทุน                    มีนาคม ๒๕๔๑ - มีนาคม ๒๕๔๒
ภาคที่ ๓ การเก็บเกี่ยวผลประโยชน์      เริ่มต้นที่ เมษายน ๒๕๔๒ เป็นต้นไป
 
ภาคที่ ๑ การโจมตีให้อ่อนกำลัง (กันยายน ๒๕๓๙ - กุมภาพันธุ์ ๒๕๔๑)
 
ครึ่งปีหลังของปี ๒๕๓๙ สร้างผลทางด้านจิตวิทยาต่อนักลงทุนทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ   โดยให้สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ อันได้แก่ มูดดี้ และ แอสแอนพี   ซึ่งเป็นสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ของสหรัฐอเมริกา จัดลดอันดับเครดิต สถาบันการเงินไทยอย่างต่อเนื่อง   จากเดิมที่เคยประกาศจัดอันดับเครดิตปีละ ๒ ครั้ง ในช่วงของการเข้าโจมตีประเทศไทย นับจาก เดือนมกราคม ๒๕๔๐ – เดือนกรกฎาคม ๒๕๔๐ ได้ออกมาประกาศจัดลดอันดับเครดิตประเทศไทย ถี่ ถึง ๙ ครั้ง  
 
เริ่มต้นในวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๓๙   เมื่อมูดดี้ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือหนี้ต่างประเทศระยะสั้นของประเทศไทย    ยังส่งผลให้เงินทุนต่างประเทศไหลออกอย่างต่อเนื่องและรุนแรงมากขึ้น   ในเดือนธันวาคม ๒๕๓๙ ทุนรักษาต้องขายเงินตราต่างประเทศสูงถึง ๒.๙๑ พันล้านดอลลาร์   และต้องใช้เงิน ๔.๘๘ พันล้านดอลลาร์เพื่อรักษาเสถียรภาพค่าเงินบาท
 
มกราคม - กุมภาพันธุ์ ๒๕๔๐    กระตุ้นเพื่อสร้างผลสะเทือนทางด้านปฏิบัติตามลำดับดังนี้ ๓๐ - ๓๑ มกราคม ๒๕๔๐   จอร์จช โซรอสซ์       เข้าโจมตีค่าเงิน ๑๔ กุมภาพันธุ์ ๒๕๔๐ มูดดี้ออกประกาศว่าจะพิจารณาทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือหนี้ระยะยาวของไทย   การซื้อดอลลาร์ขายบาทเกิดขึ้นอีกครั้ง   ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ใช้เงินจำนวน ๑.๐๗ พันล้านดอลลาร์เข้าแทรกแซง   โดยสรุปทุนรักษาระดับและธนาคารชาติต้องใช้เงินสำรองของทางการ ในการปกป้องค่าเงินบาทจากการโจมตีช่วง มกราคม- กุมภาพันธุ์ ๒๕๔๐ เป็นจำนวนทั้งสิ้น ๗.๘ พันล้านดอลลาร์   ทำให้ฐานะเงินสำรองทางการ ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธุ์ ลดลงเหลือ 38.1 พันล้านดอลลาร์ สรอ.
 
มีนาคม - เมษายน ๒๕๔๐    ๑๘ มีนาคม ๒๕๔๐ สถาบันจัดอันดับ S&P ประกาศลดอันดับเครดิตธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ของไทย ๙ เมษายน ๒๕๔๐ มูดดี้ ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือ หนี้เงินตราต่างประเทศระยะยาวของประเทศไทย   ณ สิ้นเดือนเมษายน ๒๕๔๐   ฐานะเงินสำรองทางการ ลดลงเหลือ ๓๗.๓ พันล้านดอลลาร์ สรอ.
 
พฤษภาคม ๒๕๔๐ การโจมตีค่าเงินรอบสอง   ๙ พฤษภาคม ๒๕๔๐ ระหว่าง ๒๙ เมษายน - ๘ พฤษภาคม ได้เริ่มมีแรงซื้อ swap ( sell – bay ) กดดันให้ swap   premium ปรับตัวจากระดับประมาณดอลลาร์ละ ๖๙ สตางค์เป็นดอลลาร์ละ ๘๐ สตางค์ สำหรับระยะ ๑ ปี และธนาคารชาติต้องใช้เงิน ๓.๒ พันล้านดอลลาร์ เข้าแทรกแซงตลาด swap เพื่อไม่ให้อัตรา premium สูงเกินไป
 
๘ พฤษภาคม ๒๕๔๑ นักเก็งกำไรเลือกโจมตีค่าเงินบาท   หลังจากตลาดกรุงเทพฯปิดแล้ว โดยเริ่มโหมซื้อเงินดอลลาร์ขายบาทเป็นจำนวนมากในตลาดลอนดอน
 
๙ พฤษภาคม ๒๕๔๑    เริ่มเข้าโจมตีในตลาดเอเชีย ธนาคารจะต้องเข้าแทรกแซงตลาดเงินตราใน สิงคโปร์ ฮ่องกง ลอนดอน และนิวยอร์ก เพื่อให้ค่าเงินกลับสู่ใกล้เคียงระดับปกติครั้งนี้ ธนาคารชาติต้องใช้เงินเพื่อปกป้องกันค่าบาทเงินสูงถึง ๖.๐๘ พันล้านดอลลาร์ 
 
มิถุนายน ๒๕๔๐ กระทรวงการคลังสั่งปิด ๑๖ ไฟแนนซ์  
 
๒ กรกฎาคม ๒๕๔๐ แบงค์ชาติประกาศเปลี่ยนระบบอัตราแลกเปลี่ยนจากระบบตะกร้าเงินเป็นระบบลอยตัว
 
๕   สิงหาคม ๒๕๔๐ คณะรัฐมนตรีชุด พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ ลงมติรับความช่วยเหลือจาก IMF กระทรวงการคลังสั่งปิด ๔๒ ไฟแนนซ์    ตัวแทนรัฐบาลอเมริกาเข้าพบเจรจากับ ร.ม.ต.พานิชย์เพื่อขอให้ไทยเปิดให้ต่างชาติสามารถลงทุนในสถาบันการเงินได้ ๑๐๐ % ด.ร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี ปฏิเสธไทยจะอนุญาตให้ต่างชาติ ลงทุนในสถาบันการเงินได้เพียง ๒๕% ตามเงื่อนไข WTO
 
ตุลาคม ๒๕๔๐ จากแรงกดดันของสถานการณ์รอบด้าน   ทำให้มีพูดถึงสัดส่วนการลงทุนในสถาบันการเงินของต่างชาติควรเป็นเท่าไร  จากการวิพากษ์วิจารณ์พอสรุปได้ว่าควรเป็น ๕๐ % ในระยะเวลา ๕ ปี
 
๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ จากแรงกดดันจาก IMF   ค.ร.ม. ถูกบีบให้มีการออกพระราชกำหนด ๕ ฉบับ เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาสถาบันการเงิน ซึ่งเปิดโอกาสให้ต่างชาติสามารถเข้ามาลงทุนในสถาบันการเงินได้สูงถึง ๑๐๐ %
กุมภาพันธุ์ ๒๕๔๑ ปิดแผนการโจมตีภาคที่ ๑ ด้วยการจัดแยกทรัพย์สินของ ๕๖ ไฟแนนท์ที่ถูกปิด ( Good Bank Bad Bank ) เพื่อสะดวกต่อการเข้ามาเก็บเกี่ยวทุนของต่างชาติ
 
สรุปการเข้าโจมตี ภาคที่ ๑ มูดดี้ส์ กับ S & P ได้สร้างผลทางด้านจิตวิทยาให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น    จอร์จช โซรอสซ์ กระตุ้นให้เกิดผลทางด้านปฏิบัติ   ด้วยการเข้าโจมตีค่าเงินบาทถึง ๓   ครั้งย่อย จากนั้นจิตวิทยาเก็งกำไร   ในตลาดเงินก็ได้ขยายผลอย่างรุนแรง กระทั่งรัฐบาลไม่สามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ค่าเงินบาทได้
 
เมื่อตลาดเงินตลาดทุนของไทยถูกทำลายพินาศสิ้นแล้ว ทางออกของรัฐบาลก็คือการขอความช่วยเหลือจาก IMF ซึ่งเปรียบเสมือนตัวแทนผลประโยชน์ขอลรัฐบาลอเมริกา เมื่อ IMF เข้ามาสิ่งที่ IMF ทำก็คือการผลักดันให้รัฐบาลไทยออกกฎหมายรองรับให้ต่างชาติสามารถลงทุนในประเทศไทยได้ ๑๐๐ % และมีให้การแยกทรัพย์สิน หนี้ดี-หนี้เสีย ในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๑ เพื่อเปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้าควบคุมทุน
 
ภาคที่ ๒ การเก็บเกี่ยวทุน (มีนาคม ๒๕๔๑ – มีนาคม ๒๕๔๒)
มีนาคม ๒๕๔๑ รัฐบาล ชุดดรีมทีมทีมเศรษฐกิจ "ชวน-ธารินทร์-ชัย" เดินทางไปเยือนสหรัฐอเมริกา ได้เข้าพบ บุคลสำคัญของสหรัฐอเมริกา องค์กรที่มีบทบาท สำคัญต่อการกำหนดนโยบายต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา..สภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (CFR: Council On Foreign Relations) หลังจากกลับมาจากการเยือนสหรัฐอเมริกา รัฐบาลดรีมทีม ได้มีการว่าจ้าง บริษัท เจพีมอร์แกน สหรัฐอเริกา มาเป็นที่ปรึกษารัฐบาลไทย ในการแก้ไขปัญหา หลังวิกฤติ "ต้มยำกุ้ง2540) โดยแนะนำให้มีการจัดตั้ง องค์กรเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) เพื่อเข้าไปบริหารจัดการ ทรัพย์สิน 56 ไฟแนนซ์ ที่ล้มละลาย         
 
เมษายน ๒๕๔๑ เริ่มแผนการโจมตีภาคที่ ๒ เมื่อผ่านการโจมตีภาคที่ ๑ แล้ว ในขั้นตอนการเก็บเกี่ยวทุนจึงต้องทำให้ทรัพย์สินมีราคาที่ต่ำที่สุด   ทั้งธนาคารพานิชย์และ ๕๖ ไฟแนนท์ ที่ถูกสั่งปิดกิจการ IMF รีบรุกต่อด้วยการกำหนดให้ธนาคารแห่งประเทศไทยออกกฎหมายให้ธนาคารพานิชย์ จัดแยกกลุ่มลูกค้า NPLs และให้ธนาคารพาณิชย์ตั้งกันสำรองหนี้เสีย โดยคำอ้างสวยหรู”เพื่อให้ระบบสถาบันการเงินไทยเข้าสู่ระบบมาตรฐานสากล”
 
ซึ่งโดยความเป็นจริง เป็นไปไม่ได้ที่จะจัดระบบการตั้งสำรองหนี้เสียดังกล่าว ในขณะที่สถานการณ์ระบบสถาบันการเงินในประเทศ กำลังประสบปัญหาวิกฤตอยู่ เงื่อนไขที่ถูก IMF บีบให้ตั้งสำรองลูกหนี้เสีย NPLs ค่อนข้าจะเข้มงวด และเป็นไปไม่ได้ กล่าวคือ กลุ่มลูกหนี้ NPLs ที่ไม่สามารถชำระหนี้ภายใน   ๓ เดือนให้ธนาคารเจ้าหนี้ ตั้งสำรองไว้   ๒๕%    กลุ่มลูกหนี้ NPLs ที่ไม่สามารถชำระหนี้ภายใน   ๖ เดือน ต้องตั้งสำรองไว้   ๕๐ %       กลุ่มลูกหนี้ NPLs ที่ไม่สามารถชำระหนี้ภายใน ๑๒ เดือน ต้องตั้งสำรองไว้   ๑๐๐%
 
โดยกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ ต้องตั้งสำรองหนี้เสียทั้งหมดภายในสิ้นเดือนธันวาคม ๒๕๔๑ จากที่ธนาคารพาณิชย์ถูกกำหนดเงื่อนไขการตั้งสำรองหนี้ NPLs และกำหนดให้ต้องเพิ่มทุนในระยะเวลาจำกัด ทำให้ธนาคารต่างๆต้องวิ่งเร่ขายหุ้นเพิ่มทุนกันอย่างฉุกละหุก และทำให้ถูกกดราคาขายต่ำกว่าความเป็นจริง  
 
นอกนั้นแล้วการเปิดประมูลทรัพย์สินของ ๕๖ ไฟแนนท์ โดย ป.ร.ส. จะต้องมีความโปร่งใส เพราะนอกจากเป็นเงินของประชาชนจำนวนมหาศาล ที่จะนำมาผ่อนเบาภาวะวิกฤติแล้ว ยังจะต้องรักษาผลประโยชน์จากการประมูล ซึ่งถูกกำหนดให้สิทธิ์ประมูลเฉพาะต่างชาติ โดยอ้างว่าหากปล่อยให้คนไทยสามารถร่วมประมูลได้ด้วย ก็จะเหมือนกับว่าอัตยายซื้อขนมยาย พร้อมกำหนดให้การประมูลแต่ละส่วนของทรัพย์สินต้องไม่ต่ำกว่า ๕,๐๐๐ ล้านบาท    เนื่องจากกลุ่มทุนในประเทศต่างย่ำแย่ และต้องประมูลขั้นต่ำต้องไม่น้อยกว่า ๕,๐๐๐ ล้าน ทำให้แม้ต่างชาติรายอื่นๆที่ไม่ชัดเจนสถานการณ์ในประเทศไทยที่ยังคงคลุมเครือไม่กล้าที่จะเข้าร่วมประมูลทรัพย์สินแข่ง จนกลายเป็นอภิมหาฮั้วประมูลไป(หลังจากประมูลแล้วในราคาที่ต่ำกว่าราคาทรัพย์สินจริงประมาณ ๘๐ % เมื่อผู้ประมูลนำทรัพย์สินออกขายทำให้ต่างชาติสามารถเดินชอบปิ้งของถูกเก็บเกี่ยวทุนอย่างเมามัน)
 
มิถุนายน-ธันวาคม ๒๕๔๑ จากวิกฤตที่กิดขึ้นตั้งแต่กลางปี ๒๕๓๙ เป็นต้นมา   ได้สร้างผลสะเทือนอย่างหนักหน่วงต่อระบบการตลาดการเงิน โครงสร้างอุตสาหกรรมการผลิต-ระบบการตลาด คนตกงานมากมายมหาศาลอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนประมาณกันว่าอาจมีคนตกงานถึงสามล้านคน ราคาผลผลิตตกต่ำ (ยกเว้นปศุสัตว์)
 
ปัญหาที่สำคัญต่อโครงสร้างทางเศรษฐกิจไทย
 
ระบบสถาบันการเงิน          หลังจากที่ได้มีการเปิดเสรีทางการเงิน ( BIBF ) อย่างเต็มที่ ๒๕๓๕-๒๕๓๘ เนื่องจากไม่มีมาตรการควบคุมการไหลเข้าของเงิน   ทำให้มีการปล่อยสินเชื่อหละหลวมไม่มีหลักการไม่มีการพิจารณาความเป็นไปได้ของโครงการและการนำสินเชื่อไปลงทุนที่ไม่ก่อให้เกิดผลผลิต และส่วนใหญ่เป็นเงินกู้ระยะสั้น   เมื่อเจ้าหนี้ต่างประเทศขาดความเชื่อมั่นไม่ต่อสัญญาเงินกู้ ทำให้สภาพคล่องของตลาดเงินตลาดทุนของไทยพังทันที
 
ภาคอุตสาหกรรมการผลิต 
จากสภาพที่การลงทุนที่ไม่เป็นไปตามความเป็นจริงของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า “ เศรษฐกิจแบบฟองสบู่ “ เมื่อจุดที่ฟองสบู่แตกมาถึงโครงสร้างอุตสาหกรรมการผลิตก็ถึงเวลาล้มคลืน โดยเริ่มจากกำลังซื้อลดลง รายรับจากยอดขายเพื่อมารองรับจุดคุ้มทุนที่สูงขึ้นไม่เพียงพอทำให้เกิดการขาดทุนสะสมต่อเนื่อง วงเงินกู้ – ดอกเบี้ย ที่สูงขึ้นโดยเฉพาะนักลงทุนที่กู้เป็นเงินตราต่างประเทศ   เพราะการชำระดอกเบี้ย-เงินต้น อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ ๓๒-๔๘ บาท /๑ ดอลลาร์สรอ.  
 
การขาดสภาพคล่อง จากการที่นักลงทุนต้องเกิดการขาดทุนอย่างต่อเนื่องยาวนาน แม้จะมีการลดค่าใช้จ่าย ด้วยการปลดพนักงานและค่าใช้จ่ายด้านอื่นๆแล้วก็ตาม ภาวะหนี้ท่วมของผู้ประกอบการยังพอกทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ และไม่สามารถหยุดการไหลออกของเงินจากขาดทุนสะสมและการชำระคืนเงินต้นได้ ทำให้เม็ดเงินในองค์กรลดลงเรื่อยๆและธนาคารหยุดการปล่อยสินเชื่อโดยสินชิ้นเชิง ส่งผลให้เกิดการขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรงภายในองค์กร  
 
โครงสร้างทางการตลาดสถานการณ์การขาดสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจไทย ขยายขอบเขตออกไปทั่วประเทศ ตั้งแต่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ลงทุนเป็นหมื่นล้านไล่เรื่อยลงมาถึงร้านค้าของชำรายย่อยๆ จากการขาดสภาพคล่องดังกล่าวทำให้ปัญหาเช็คเด้งเพิ่มในตลาดเป็นจำนวนมาก ทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายเกิดความไม่เชื่อถือซึ่งกันและกัน จากระบบตลาดที่การซื้อ-ขาย โดยมีวงเงินเครดิตต้องซื้อขายด้วยเงินสด และเครดิตเทอมที่สั้นลง ส่งผลให้เกิดการขาดสภาพคล่องรุนแรงยิ่งขึ้น
 
ตุลาคม ๒๕๔๑ ปัญหาการขาดสภาพคล่องในระบบสถาบันการเงิน     เริ่มคลี่คลายลง เนื่องมาจากเข้าเก็บเกี่ยวลงทุนของต่างชาติที่เข้าเลือกซื้อทรัพย์สินราคาถูกเหมือนได้เปล่า ได้เริ่มทยอยโอนเม็ดเงินเข้ามาในระบบทำให้อัตราดอกเบี้ยเริ่มลดลง ค่าเงินบาทเริ่มแข็งตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ ๓๖-๓๗ บาท/ดอลลาร์ สรอ. ตลาดหุ้นเริ่มกระเตื้องขึ้น แม้จะเป็นสัญญาณที่ดูดีขึ้นแต่รัฐบาลจะต้องเร่งติดตามแก้ปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจดังกล่าวข้างต้นเพราะสภาพคล่องที่เกิดขึ้นนระบบธนาคารค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น ไม่ได้เกิดจากการส่งออกสินค้าแต่เกิดจากการขายทรัพย์สินของสถาบันการเงิน
 
NPLs [ Non Performing Loans ] สิ่งที่รัฐบาลจะต้องแก้ปัญหาโครงสร้างทางเศรษฐกิจโดยเร่งด่วน เพื่อให้เป็นปัญหาวิกฤตที่เกิดขึ้นได้ผ่านพ้นโดยเร็ว และไม่ให้เป็นงูกินหางย้อนกลับไปเป็นปัญหากับสถาบันการเงินซ้ำอีก ปัญหาที่รอให้แก้ไขเช่น อุตสาหกรรมการผลิต และ ระบบตลาด เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มลูกหนี้ NPLs เพิ่มสูงขึ้น และจะยังผลให้กลุ่มลูกหนี้ NPLs ลดลง
                     
แนวทางการแก้ปัญหา “ หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้NPLS [ Non Performing Loans ]
วิกฤตการเศรษฐกิจ ๒๕๔๐-ปัจจุบัน นับเป็นวิกฤตเศรษฐกิจครั้งร้ายแรงที่สุดที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งได้สร้างความสูญเสียแก่โครงสร้างธุรกิจทั้ง ระบบการเงิน การธนาคาร การผลิต การตลาด พัง ทะลายทั้งระบบ คนตกงาน กำลังซื้อหดหายไปจากตลาด ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำไม่สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นเกษตรกรถึงขั้นล้มละลาย สิ่งเหล่านี้หากยังไม่ได้รับการแก้ไขโดยเร่งด่วนจากภาครัฐวิกฤตเศรษฐกิจในปัจจุบัน จะสร้างผลกระทบถึงขั้นวิกฤตทางสังคมตามมา
 
แนวทางการแก้ปัญหาที่รัฐบาล จะต้องรีบจัดการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจโดยด่วน
 
๑, สร้างกำลังซื้อให้เกิดขึ้นในตลาด
๑.๑,เสริมสภาพคล่องแก่ธุรกิจเพื่อให้การรับซื้อพืชผลทางการเกษตรเป็นไปตามปกติ      
๑.๒,เร่งหาตลาดส่งเสริมการส่งออกพืชผลทางการเกษตร-ปศุสัตว์
๑.๓,แทรกแซงราคาพืชผลทางการเกษตร เพื่อรักษาระดับราคาไม่ให้ต่ำกว่าทุน ปกป้องเกษตรกรไม่ให้ล้มละลาย
๑.๔,รัฐบาลจะต้องเร่งจัดสรรงบพัฒนา   ที่จำเป็นกระจายสู่การจ้างงานในชนบท 
 
๒,ภาคการผลิต-การตลาด
๒.๑, ลดอัตราดอกเบี้ยโดยเร่งด่วน เพื่อลดภาวะ การขาดทุน     แก่ผู้ประกอบการทั้งภาคอุตสาหกรรมการผลิตและภาคการตลาด
๒.๒,เร่งปล่อยสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการที่ยังไม่อยู่ในกลุ่ม NPLs เพื่อป้องกันไม่ให้ NPLs เพื่อขึ้น
๒.๓, เลื่อนตารางการชำระเงินต้นออกไป เพื่อรักษาสภาพคล่องแก่ผู้ประกอบการ
๒.๔,ส่วนของลูกหนี้ NPLs ที่ถูกปรับอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น (จากการผิดนัดชำระ) ให้ปรับอัตราดอกเบี้ยลดลงย้อนหลังสูงสุดไม่เกินร้อยละ ๑๕ /ปี เพื่อการฟื้นฟูตัวของผู้ประกอบการเร็วขึ้น
๒.๕,เพิ่มวงเงินสำหรับลูกค้า NPLs สำหรับตัดเงินต้น-ดอกเบี้ย เพื่อลดลดสัดส่วนของกลุ่มลูกค้า NPLs ลง                     
 
๓.๓, เร่งส่งเสริมให้ระบบการผลิตของเกษตรกร เป็นไปตามแนวพระราชดำริ “เศรษฐกิจแบบเพียงพอ” หลีกเลี่ยงระบบการผลิตเพื่อตลาด   ป้องกันไม่ให้สังคมชุมชนต้องล้มละลายจากการ ผลิตเพื่อการตลาด ซึ่งจะส่งผล กระทบย้อนกลับเป็นปัญหาสู่สังคมเมืองตามมา
  
จากการแก้ปัญหาของรัฐบาล ด้วยอำนวยความสะดวกต่อการขายทรัพย์สินราคาถูกๆให้กับต่างชาติ      ทำให้เงินไหลเข้าเป็นจำนวนมากสามารถแก้ปัญหาสภาพคล่องให้กับสถาบันการเงินได้ ในระดับหนึ่งยังเป็นเพียงก้าวแรกของการแก้ปัญหาเท่านั้น หากแต่รัฐบาลจะต้องเร่งแก้ปัญหาการขาดสภาพคล่อง โครงสร้างการผลิตและการตลาดโดยเร่งด่วนพร้อมๆกันมิเช่นนั้นแล้ว กลุ่มลูกค้า NPLs จะเพิ่มขึ้นตามมา และส่งผลกระทบย้อนกลับสู่ ระบบสถาบันการเงินอีกครั้งซึ่งยากต่อการแก้ไขเยียวยา                  
 
สรุปภาคที่ ๒ ผลของการโจมตี เป็นไปอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ กล่าวคือ สามารถเข้าควบคุมทุนโดยถูกต้องตามกฎหมาย และการเก็บเกี่ยวทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการซื้อทรัพย์สินในราคาเหมือนได้เปล่า ลองนึกดูภาพตัวอย่างหุ้นของ S-ONE ที่ซื้อกันมาในเดือนกันยายน ๒๕๔๑ ระดับราคาในตลาดหลักทรัพย์ ที่ ๒.๕๐ บาท/หุ้น พุ่งสูงขึ้น ถึงระดับ ๘-๙ บาท/หุ้น ในเดือน มกราคม ๒๕๔๒ และหากทิ้งระยะเวลาออกไปอีก ๑ ปี ๒ ปีและต่อๆไป กำไรมหาศาลจะตกอยู่ที่ใคร
 
 
การโจมตี ภาคที่ ๓ การเก็บเกี่ยวผลประโยชน์
 
เริ่มต้นที่ เมษายน ๒๕๔๒ เป็นต้นไป จากผลสำเร็จในการเก็บเกี่ยวทุน อย่างถูกต้องตามกฏหมาย โดยใช้เวลาอันรวดเร็วเพื่อไม่ให้บอบช้ำมากเกินไป จากปัญหาวิกฤตด้านเศรษฐกิจจนขยายลึกเป็นวิกฤติทางสังคม โดยใช้ระยะเวลาจากกลางปี ๒๕๓๙ – มีนาคม ๒๕๔๒   และ ต่อแต่นี้ไปจะเป็นช่วงของการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ ซึ่งยากที่จะคาดเดาในอนาคตว่าจะเป็นผลดีหรือผลเสียต่อประเทศไทย    
 
หากมองในมุมมองทางการเมือง เมื่อเปิดโอกาสในต่างชาติสามารถเข้าควบคุมทุนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย   แน่นอนศักยภาพของกลุ่มทุนต่างชาติย่อมมีความเชี่ยวชาญ   และเหนือกว่ากลุ่มทุนในประเทศ และหากกลไกทางเศรษฐกิจถูกควบคุมโดยต่างชาติแล้ว วันหนึ่งวันใดหากมีการถอนทุนของต่างชาติออกไป วิกฤตเศรษฐกิจคงจะรุนแรงกว่าในปัจจุบันถึงขั้นล้มลายทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม  
 
แปลความหมายจากเหตุการณ์   ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ก็คือการสูญเสียเอกราชของชาติไทย   หากแต่มุมมองในด้านบวก เมื่อมองย้อนอดีตไปที่เกาะฮ่องกง เกาะรกพงล้างของแผ่นดินใหญ่จีน ที่ถูกบีบบังคับจากอังกฤษให้ยกเกาะฮ่องกงเป็นของอังกฤษ   มุมมองทางด้านการเมือง ก็คือการสูญเสียของเอกราชของจีนแก่อังกฤษ   หากมองทางด้านเศรษฐกิจ   ถ้าไม่มีอังกฤษในวันนั้นจะมีเกาะฮ่องกง   ที่เป็นศูนย์กลางทางเงินอันดับ ๓ ของโลกในวันนี้หรือไม่   การควบคุมทุนที่นำโดยสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้  
 
ในมุมมองทางด้านการพัฒนาทางเศรษฐกิจ จากศักยภาพของประเทศไทยที่มีความเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเซียอาคเนย์   และศักยภาพในด้านต่างๆ การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจของไทยในอนาคต จะมีมาตรสากลมากขึ้น   และจะนำไปสู่การเป็นศูนย์กลางการนำทางด้านเศรษฐกิจในกลุ่มอาเชี่ยนก็เป็นได้
 
เริ่มต้นที่ไทยพังทลายทั่วเอเชีย
ผลจากการที่ประเทศไทยถูกโจมตีในครั้งนี้ ได้ส่งผลกระทบทำให้ระบอบเศรษฐกิจเอเชียพังทลายลง หรืออย่างน้อยที่สุดได้เกิดการชะลอลงอย่างรุนแรง ไปทั่วเอเชียตลอดแนวประเทศย่านแปซิฟิกริม ประเทศต่างๆในเอเชียต่างได้รับผลกระทบมากบ้างน้อยบ้าง ตามแต่ความสามารถของผู้นำของแต่ละประเทศ เหตุวิกฤติครั้งนี้รุนแรงมากในระดับสากล และได้เรียกวิกฤติครั้งนี้ว่า “โรคต้มยำกุ้ง” (Tom Yum Kung Disease)
 
ในที่สุดแผนการหยุดยั้งการเติบโตของเอเชียก็สามารถบรรลุตามเป้าหมายของสหรัฐอเมริกา ดังนั้นสิ่งที่จะต้องจับตาต่อไป ขั้นต่อไปสหรัฐอเมริกาพวกเขาจะเดินเกมอะไรขั้นต่อจากนี้ไป
 
วิสัยทัศน์รอบพันปีที่ ๓ เศรษฐกิจไทยจะพัฒนาไปทางทิศทางใด   จากการที่ต่างชาติเข้าควบคุมทุนในประเทศไทย   นับแต่ปี ๒๕๔๒ เป็นต้นไปกับบทเรียนวิกฤตทางเศรษฐกิจ ๒๕๓๙-๒๕๔๑   แนวทางเลือกของประเทศไทย จะพัฒนาเศรษฐกิจสู่คลื่นลูกที่ ๓ ตามแนวความคิดของ อัลวิน เทรอฟเล่อร์    ระบอบการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด   หรือเศรษฐกิจแบบเพียงพอตามแนวกระแสพระราชดำรัช   ระบอบการผลิตเพื่อสนองตอบต่อความต้องการภายในครอบครัว ตามที่กลุ่มอนุรักษ์เรียกว่า แนวทางการอยู่รอดของเกษตรกรไทย “ กสิกรรมธรรมชาติ “ ทางเลือกที่ต้องตัดสินใจบทสรุปของผู้บริหารประเทศ ที่จะหลีกเลี่ยงความหายนะซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อนำพาสังคมไทยสู่วิถีการดำเนินชีวิตที่อุดมสมบูรณ์สืบไป
 
 
 
ซีรีส์ "15 ปี วิกฤติ 2540"
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ซีรีส์ "15 ปี วิกฤติ 2540"
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ซีรีส์ "15 ปี วิกฤติ 2540"
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ซีรีส์ "15 ปี วิกฤติ 2540"
 
 
 
 
 
 
 
 
 

ความคิดเห็น

  1. 1
    123
    123 jeff_love_beam@hotmail.com 20/10/2008 15:27
    {icon2} {icon12} {icon13}
  2. 2
    rgbbox
    rgbbox rgbfreelance@gmail.com 27/10/2008 21:06
    ชอบกันนัก อเมริกา ไ อ่ เมริกา สราด กลูเลิกซื้อสินค้า made in amarica หรือที่สั่งผลิตที่อื่นนานแล้วว้อย {icon2} {icon10}
  3. 3
    tu
    tu 03/11/2008 21:19
    เยี่ยม....
  4. 4
    UGG Boots sale
    UGG Boots sale UGGBOOTS1977@hotmail.com 31/12/2010 09:52
    ชอบกันนัก อเมริกา ไ อ่ เมริกา สราด กลูเลิกซื้อสินค้า made in amarica หรือที่
  5. 5
    north face jackets for women
    north face jackets for women xlmabc@gmail.com 31/10/2012 16:02

    An discount north face adjustable, can remove hood, adjustable hum system and adjustable cuff to ensure a safe and comfortable north face on sale fit. The North Face Jackets For Women to search deep, fresh powder, Torth Face Jackets Sale is a downward north face sale snowsports jacket the whole mountain. Waterproof and breathable, HyVent outer fabric protection 550 north face outlet filled insulation, save in and fashion quilt confusing place. Warm and comfortable wrapped in a fashionable discount north face jackets flattering fit, choose the north face woman gift this down jacket.  

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

 
หน้าแรก เว็บบอร์ด
By Visit Surin Thailand “Land of Elephants” .  
Copyright 2005-2017 All rights reserved.
view